ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 19/05/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 14/12/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1989
3101801127712


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (1989)
หนังสือราคาพิเศษ!
หมวดพิเศษ-หนังสือต้องห้าม-ประวัติศาสตร์การเมือง
หมวดพิเศษ-วรรณกรรมของ จิตร ภูมิศักดิ์
พระมหากษัตริย์-พระราชวงศ์
พระราชนิพนธ์ -พระราชหัตถเลขา- พระนิพนธ์
งานศพ-อนุสรณ์
อัตชีวประวัติ-ชีวประวัติ
ประวัติพระเกจิอาจารย์และพระเครื่อง
หนังสือหายาก
ประวัติศาสตร์ -พงศาวดาร-ตำนาน-จดหมายเหตุ-บันทึก
ศิลปวัฒนธรรม-ประเพณี
โบราณคดี
โบราณวัตถุ
ศิลปะ-จิตรกรรม
ประติมากรรม
สถาปัตยกรรม-วัด-วัง-สถานที่สำคัญๆ
ตำราอาหาร
พฤกษศาสตร์-สัตววิทยา-นิเวศวิทยา-ธรรมชาติวิทยา
แพทยศาสตร์-ตำรายา
กฏหมาย-เครื่องอิสรยาภรณ์
การเมือง-การปกครอง-รัฐศาสตร์
ภาษาศาสตร์
แบบเรียนรุ่นเก่า- คู่มือเก่า
นวนิยาย-เรื่องสั้น
วรรณกรรม-กวีนิพนธ์
วรรณกรรม-นิยายแปล
วรรณคดี
ศาสนา ปรัชญาและโหราศาสตร์
ของสะสม



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








Hosting Thanks: THAIHOSTWEB.COM

"ซื้อของออนไลน์ที่ ร้านรักสยาม หนังสือเก่า

คุณภาพดีราคาถูก  ขึ้นทะเบียนรับรองโดย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มั่นใจได้ของชัวร์"

"ยินดีคืนเงิน ถ้าไม่พอใจในคุณภาพสินค้า"

____________________________________________________

คำแนะนำในการสั่งหนังสือ
กรุณาอย่าชำระเงินเข้ามาก่อนจนกว่าจะ
ได้รับ e-mail แจ้งยืนยันการสั่งซื้อ ฉบับที่ 2
(e-mail ฉบับแรกเป็น e-mail อัตโนมัติจากระบบ)
ภายใน 24 ชั่วโมง หากยังไม่ได้รับ e-mail ฉบับที่ 2
โปรดแจ้งทางร้านด้วยนะครับ เพื่อให้ทางร้านฯ
ตรวจสอบสินค้าใน Stock ก่อนครับ
เงื่อนไขการจองสินค้า
ร้านรักสยาม ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าทุกท่านสามารถ
สั่งจองสินค้าได้ โดย มีกำหนดระยะเวลา 3 วัน และ
จะขึ้นสถานะสินค้า "รอชำระเงิน" กรณีเมื่อครบกำหนด
ระยะเวลา 3 วันแล้ว ท่านยังไม่ได้ชำระเงินค่าสินค้า
ทางร้านฯขอสงวนสิทธิ์การจองให้กับลูกค้าลำดับถัดไป
____________________________________________________

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 096-847-5264 / 081-491-4400

หรือผ่านโปรแกรม Line@ : รักสยาม หนังสือเก่า

SCAN QR Code ด้านล่างนี้

Hosting Thanks: THAIHOSTWEB.COM

หรือ Add Friends โดยกดที่ปุ่มด้านล่างนี้ 
Hosting Thanks: THAIHOSTWEB.COM

บทความ
พระราชนิพนธ์ “เงาะป่า” ตอนที่ 2 จากป่าเขาเข้าสู่วัง.......คนังน้อยเงาะมหาดเล็ก (อ่าน 3861/ตอบ 0)

 

 
พระราชนิพนธ์ “เงาะป่า”
ตอนที่  2   จากป่าเขาเข้าสู่วัง......คนังน้อยเงาะมหาดเล็ก
             จากตอนที่แล้วผู้เขียนได้นำเสนอเกี่ยวกับบ่อเกิดของบทพระราชนิพนธ์เงาะป่าไปบ้างแล้ว บุคคลที่จะกล่าวถึงต่อไปมีส่วนสำคัญของบทพระราชนิพนธ์นี้   “เด็กคนัง” ลูกเงาะพัทลุงคนนี้เอง ที่เป็นที่มาของพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องเงาะป่า ซึ่งแสนสนุกอีกทั้งยังมีบทร้องอันไพเราะน่าประทับใจอยู่มากมายหลายตอน
                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองนครศรีธรรมราช หัวเมืองฝ่ายใต้ที่สำคัญเมืองหนึ่งเพื่อทรงร่วมงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ 3 โดยตั้งเมรุพิธีขึ้นที่วัดสวนป่าน ตั้งอยู่ใกล้ที่ทำการสัตวแพทย์นครศรีธรรมราชในปัจจุบันนี้ วัดสวนป่าน สร้างมีปี พ.ศ. 2442 นับถึงปัจจุบันมีอายุกว่า 104 ปี จัดเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ปีที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5เสด็จพระราชดำเนินมาวัดแห่งนี้ เพิ่งตั้งได้มาเพียง 6-7 ปีเท่านั้น ทางราชการได้จัดพลับพลาที่ประทับไว้บริเวณศาลากลางจังหวัด ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช  โดยเสด็จพระราชดำเนินถึงเมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2448
             ครั้นรุ่งขึ้นในวันที่ 4 กรกฏาคม ปีเดียวกันนั้น หลวงทิพย์กำแหงสงคราม ปลัดเมืองพัทลุง เวลานั้นทำหน้าที่รั้งเมือง หรือรักษาราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงนั่นเอง ได้นำเงาป่าจากเมืองพัทลุงจำนวน 6-7 คนเข้าเฝ้าฯ ถึงบริเวณพลับพลาที่ประทับใกล้ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยได้ทอดพระเนตรเงาะป่าตัวจริงที่เมืองพัทลุงแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2432 และในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรเงาะป่าที่เมืองนครศรีธรรมราชแห่งนี้  
                ครั้นเวลาสาย เจ้าหน้าที่ได้พาพวกเงาะป่าเมืองพัทลุงเมืองพัทลุงเข้ามาในบริเวณวัดสวนป่าน ใกล้สถานที่จัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงพอพระราชหฤทัยพวกเงาะป่าเป็นอย่างยิ่งทรงถ่ายภาพพวกเงาะป่าไว้เป็นหลักฐาน ทรงสังเกตรูปร่างพวกชาวพื้นเมืองอย่างถี่ถ้วน ทรงซักถามผู้ใกล้ชิดเป็นเวลานาน
                เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัตพระนครในวันที่ 7 กรกฏาคม ปีเดียวกันนั้น มีพระราชดำริใคร่จะเลี้ยงดูเงาะป่าบาง เพื่อทรงศึกษาวิถีชีวิตชาวพื้นเมืองกลุ่มนี้อย่างจริงจัง จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ขณะนั้นมีบรรดาศักดิ์ พระยาสุขุมนัยวินิต ตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช พระยาสุขุมนัยวินิจเป็นผู้จัดหาลูกชาวเงาะพัทลุงไปถวายที่พระนคร เป็นหญิงหรือขายก็ได้จำนวนหนึ่ง แต่เงือนไขสำคัญต้องให้พ่อแม่ของเงาะยินยอมมอบลูกให้ด้วยความเต็มใจ จะไม่มีการบังคับเขี่ยวเค็ญแต่อย่างใด
                หลวงทิพย์กำแหงสงคราม ปลัดเมืองผู้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองเวลานั้นเพิ่งเดินกลับจากการนำเงาะป่าไปเข้าเฝ้าฯ ที่เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับคำบัญชาจากสมุหเทศาภิบาลเจ้าพระยมราช รีบเร่งรัดดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็ว วางแผนการขอลูกเงาะป่าได้อย่างแยบยลจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ไปแจกพวกเงาะ เป็นการหว่านล้อมจิตใจกันก่อน จัดเตรียมผู้คนที่มาร่วมงาน จึงออกเดินทางจากตัวเมืองที่ลำป่า ตั้งกองบัญชาการที่บริเวณถ้ำ คือวัดคูหาสวรรค์ สร้างเป็นปะรำและที่พักพร้อมสรรพ ฝ่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านจากตำบลและหมู่บ้านต่าง ๆ พอทราบว่าเจ้าเมืองเดินทางมาตรวจราชการที่วัดถ้ำ ต่างก็มาร่วมประชุมมรับทราบข้อราชการกันถ้วนหน้า ทราบว่าล้นเกล้ารัชกาลที่ 5มีพระราชประสงค์ที่จะได้ลูกชางเงาะไปชุบเลี้ยงสักคนหนึ่งที่ในวังหลวงพระนคร ต่างก็ช่วยกันคิดหาวิธีการต่าง ๆ นาๆ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน คือต้องไม่เป็นการบังคบพวกชาวป่าปกติแล้ว ตามประเพณีของชาวเงาะถ้ามีใครเอ่ยปากขอลูกไปเลี้ยงเขาเชื่อว่าจะเป็นลางสังหรณ์ทำให้ลูกตายได้ เขาจะรีบหนีไปอยู่ที่อื่นโดยทันที พวกชาวป่าเป็นคนที่รักและหวงลูกมาก ดังนั้น การขอลูกจากชาวป่าจึงไม่ใช่
เรื่องง่ายนัก จะต้องหาวิธีการและช่องทางที่เหมาะสมและละมุนละม่อมที่สุด ขณะนั้นนายสินนุ้ย ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเล่าให้หลวงทิพย์กำแหงสงครามทราบว่านับแต่เงาะที่พัทลุงจำนวน 6-7 คน ที่เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เมืองนครศรีธรรมราชมาแล้ว โดยการนำของปลัดเมืองพัทลุงเมื่อไม่นานมานี้ เป็นที่กล่าวขานกันว่าพวกเงาะกลุ่มดังกล่าวเมื่อกลับไปถึงถิ่นของตนต่างก็พากันเล่าเรื่องที่ตนได้พบเห็นมาให้พวกพ้องเงาะให้รับรู้ทำให้พวกชาวป่ามีความรู้เรื่องพระเจ้าแผ่นดินอยู่บ้าน และพอรู้ว่าใครเป็นใครอยู่ที่ไหน สำคัญอย่างไร แสดงให้เห็นว่าพวกเงาะป่าพัทลุงเป็นคนที่ทันสมัยมากขึ้นแล้ว ดังนั้นนายสินนุ้ย จึงเห็นว่าช่องทางที่จะติดต่อกับพวกเงาะได้ง่ายและสะดวกขึ้น และได้ทราบความมาว่ามีเงาะป่ากลุ่มหนึ่ง มีหัวหน้าชื่อ ยัง หรือ ยาง มีพรรคพวกจำนวนหนึ่ง กำลังพาสมาชิกของตนเคลื่อนย้ายถิ่นไปอยู่ที่อื่นอยู่พอดี นายสินนุ้ยจึงติดต่อหัวหน้าเงาะยังว่า จะขอลูกเงาะไปเลี้ยงในวังหลวง จะคิดอ่านประการใดดี ก็ทราบว่ามีเงาะกำพร้าพ่อแม่อยู่ 4 คน คนพี่น้อง ชื่อ งอด แค ดิน และ คนัง พ่อชื่อดำขาว ส่วนแม่ชื่อนางควาก พ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วปล่อยให้ลูกสี่คนอยู่กันตามยถากรรม
                สำหรับ งอด กับ แค เป็นเงาะหนุ่ม โตแล้วได้หนีไปอยู่ที่อื่น ดิน กับ คนัง ยังเล็กมาก คาดว่าคนังอายุราว 6-7 ขวบ คนังเกิดประมาณ ปี พ.ศ. 2442 อยู่กันตามประสาพี่น้อง โดยมี ยัง เป็นหัวหน้าเงาะ ยังพิจารณาแล้วว่าดินกับคนังยังเป็นเด็ก ไม่มีพ่อแม่ ถ้าจะส่งให้ชาวเมืองไปเลี้ยงก็น่าจะเป็นการดี เด็กจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย ความเป็นอยู่ก็จะดีขึ้น เมื่อทราบว่ามีผู้ขอลูกเงาะเป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยแล้ว เงาะยังเลยตัดสินใจเลือกเอาคนใดคนหนึ่งระหว่างดิน หรือ คนัง นี่คือข้อตกลงระหว่างนานสินนุ้ยกับหัวหน้าเงาะยัง
                ทีนี้ถึงขั้นตอนสำคัญ คือ การจะนำตัวลูกเงาะออกไปจากป่าได้โดยวิธีใดใช้วิธีหลอกล่อชวนไปเมืองก็คงจะลำบาก เข้าไปจับดื้อ ๆ ก็จะมีการต่อต้าน ต้องใช้พละกำลังมาก เกิดการโกลาหลแน่ จะหาวิธีใดดี เงาะยัง เสนอแนะวิธีการว่า ให้จัดคณะมโนราห์มาแสดงในเวลากลางวัน พวกเงาะชอบดูมโนราห์เป็นนิสัย และปล่อยให้เขารู้สึกเพลิดเพลินกับการแสดงจนง่วงหลับไปเอง แล้วค่อยอุ้มลูกเงาะจากหน้าโรงมโนราห์ เลือกคนใดคนหนึ่งก็ได้ วิธีนี้ดูนุ่มนวลเหมาะสมกว่า
                หลวงทิพย์กำแหงสงครามจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปลูกโรงมโนราห์ขึ้นที่ หน้าบริเวณของ เงาะยัง ให้ยกพื้นที่ส่วนด้านข้างของโรงมโนราห์ขึ้นเป็นชานเพื่อต้องการให้เด็ก ๆ นั่งดูได้ถนัด ไม่ต้องชะเง้อคอแข่งกับผู้ใหญ่ เพราะปกติเด็กจะเตี้ยกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว มีการประกาศป่าวร้องไปทั่วบริเวณป่า ชักชวนให้เหล่าเงาะทั้งใกล้ไกลมาชมการแสดงมโนราห์ปรากฏว่าทุกคนให้ความสนใจมาชมการแสดงอย่างเนื่องแน่น คนังกับดินพี่ชายก็ไม่พลาดโอกาสนี้ เดินทางมาหน้าโรงมโนราห์ก่อนเวลา ส่วน งอด กับ แค พี่ชายคนโตสองคนซึ่งย้ายไปอยู่ต่างถิ่นเมื่อทราบข่าวการแสดงก็มาชมการแสดงในวันนั้นด้วย เมื่อการแสดงมโนราห์เริ่มแสดงเหมือนมนต์สะกดชาวเงาะให้อยู่ในความฝัน การแสดงเริ่มครึกคริ้นพวกเงาะเด็ก ๆ รู้สึกเมื่อยล้า ง่วงนอน ดิน กับ คนัง สองคนพี่น้องหลับสนิทอยู่บนแคร่ที่ยกขึ้นเป็นชาน เงาะยังจึงให้สัญญาณแก่นายสินนุ้ยให้คนมาอุ้มตัวเงาะเด็กทั้งยังหลับอยู่ เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดสะดวกที่สุดในการจับตัวลูกเงาะ และรีบนำส่งตัวกองบัญชาการเจ้าเมืองเมืองพัทลุง ณ วัดคูหาสวรรค์ แต่พอก่อนที่จะถึงหน้าวัด คนังรู้สึกตัวตื่นขึ้นมารู้ว่าตนอยู่ในสถานที่แปลกไม่คุ้นตา อีกทั้งยังมีคนมาอุ้มตน พยายามดิ้นจนหลุดจากมือ ต้องใช้คนถึง 3-4 คน จับตัวคนังให้อยู่นิ่งได้ และส่งตัวให้หลวงทิพย์กำแหงสงครามตามตัดหมายกันไว้   ทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวคนังให้หลวงทิพย์กำแหงสงครามคนังก็แสดงอาการเกเรดื้อดึงให้เห็น ทิ้งตัวลงนอนหงายกับพื้น เท้าชี้ฟ้า นิ้วเท้างุ้มงอ มือสองข้างกำแน่นเป็นสันหมัดรัวทุบหน้าอกของตน ร้องไห้อย่างน่าเวทนา น้ำตาไหลพราก ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุดร้อง ต้องเรียกคนที่พูดภาษาเงาะเข้าไปปลอบโยน พร้อมเอาเสื้อสีแดง ดอกไม้สีแดงมาล่อ เมื่อคนังเห็นสีแดงก็คอยคลายความโศกเศร้าลงได้บ้างและหยุดร้องเป็นปลิดทิ้ง 
                จากเมืองพัทลุง คนังน้อยได้รับการดูแลอย่างดี และเดินทางข้างน้ำข้ามทะเลสาบไปอยู่ในที่แห่งใหม่คือเมืองสงขลา อันเป็นที่ตั้งของมณฑลนครศรีธรรมราช สมัยนั้น ผู้มีหน้าที่เลี้ยงคนัง ได้แก่ ท่านผู้หญิงยมราชต้องฝึกหัด สอน อบรมบ่มนิสัยคนัง ก่อนจะส่งตัวไปอยู่ในวังหลวงต่อไป เมื่อพิจารณาแล้วเป็นการยากพอสมควรเนื่องจากคนังพูดภาษาชาวเงาะ อาจะพูดภาษาท้องถิ่นได้บ้าง เพราะคบหากับชาวบ้านบางแล้ว ส่วนเจ้าพระยายมราชและท่านผู้หญิงเป็นคนภาคกลาง พูดสำเนียงเมืองหลวงกว่าจะเข้าใจกันก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ด้วยเหตุที่คนังเป็นเด็กฉลาด สอนง่าย มีไหวพริบ ปรับตัวได้เร็ว เรียกเจ้าพระยายมราชและท่านผู้หญิงว่า คุณพ่อ - คุณแม่ที่บ้าน
                ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2448 เจ้าพระยายมราชส่งภาพถ่ายของคนังพร้อมหนังสือขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อเสนอแนะต่อทางวังหลวงให้จัดหาของเล่น ของใช้ที่มีสีแดงไว้ล่อตาล่อใจคนัง และจัดหาอาหารโปรด ได้แก่ ข้าวสุก กล้วยน้ำว้า ขนมหวานไว้ เพราะคนังยังเล็กอยู่ มีนิสัยชอบเล่นสนุกสนานเช่นเด็กทั่วไป
 
                พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยายมราช ดังนี้
                                                                                                                                                                        พระที่นั่งบรรณคมสรณีย์
                                                            วันที่ 3 ตุลาคม ร.ศ. 124
ถึงพระยาสุขมนัยวิทิต
            ได้เห็นรูปที่ส่งแล้ว รูปอ้ายคนังกับรูปถนนบ้านหม้อเป็นดีกว่าอื่นหมด
 
                                                                        สยามมินทร์
 
                คนังได้อาศัยอยู่ ณ เมืองสงขลาประมาณเดือนเศษ ล่วงมาถึงเดือนตุลาคม 2448 ท่านผู้หญิงยมราชจึงพาตัวคนังเข้าสู่พระนคร โดยถวายตัวต่อพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ในฐานะผู้รับเลี้ยงดูคนัง  
            โปรดติดตามต่อนต่อไป     
 
               
               
 
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
ราชกิจจานุเบกษา รัชกาลที่ 5 (5เล่ม)
ราคา 3,800.00 บ.
ตาลปัตรพัดยศ ศิลปบนศาสนวัตถุ
กรุณาโทรสอบถาม 085-120-0440
ตาลปัตร(ฝีพระหัตถกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์)
ราคา 3,500.00 บ.
พัดรองงานพระราชพิธี (หนังสือดีเด่นประเภทสวยงามปี 2557)
ราคา 1,600.00 บ.
ตาลิปัตรวัดโพธิ์
ราคา 2,500.00 บ.
 

บริการของร้านค้า
เกี่ยวกับเรา
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.