ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 19/05/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 16/10/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 2555
3101801127712


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (2555)
หนังสือราคาพิเศษ!
หมวดพิเศษ-หนังสือต้องห้าม-ประวัติศาสตร์การเมือง
หมวดพิเศษ-วรรณกรรมของ จิตร ภูมิศักดิ์
พระมหากษัตริย์-พระราชวงศ์
พระราชนิพนธ์ -พระราชหัตถเลขา- พระนิพนธ์
งานศพ-อนุสรณ์
อัตชีวประวัติ-ชีวประวัติ
ประวัติพระเกจิอาจารย์และพระเครื่อง
หนังสือหายาก
ประวัติศาสตร์ -พงศาวดาร-ตำนาน-จดหมายเหตุ-บันทึก
ศิลปวัฒนธรรม-ประเพณี
โบราณคดี
โบราณวัตถุ
ศิลปะ-จิตรกรรม
ประติมากรรม
สถาปัตยกรรม-วัด-วัง-สถานที่สำคัญๆ
ตำราอาหาร
พฤกษศาสตร์-สัตววิทยา-นิเวศวิทยา-ธรรมชาติวิทยา
แพทยศาสตร์-ตำรายา
กฏหมาย-เครื่องอิสรยาภรณ์
การเมือง-การปกครอง-รัฐศาสตร์
ภาษาศาสตร์
แบบเรียนรุ่นเก่า- คู่มือเก่า
นวนิยาย-เรื่องสั้น
วรรณกรรม-กวีนิพนธ์
วรรณกรรม-นิยายแปล
วรรณคดี
ศาสนา ปรัชญาและโหราศาสตร์
ของสะสม



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








บทความ
นิทรรศการรำลึก 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตึกถาวรวัตถุ (อ่าน 3402/ตอบ 3)

            

ถ้าใครเคยผ่านไปแถวสนามหลวงด้านทิศตะวันตก จะมองเห็นอาคารที่ทอดยาวบริเวณหน้าวัดมหาธาตุ น้อยคนนักจะรู้จักสถานที่แห่งนี้ เมื่อเข้าไปแล้วจะพบการจัดนิทรรศการที่ให้ความรู้ทั้งพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจทุกด้านในระยะเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะกรมศิลปากรจัดแสดงทั้งภาพ เสียง แสงอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งให้ท่านสัมผัสได้ เช่น หยอดเหรียญซื้อไปรษณียบัตรติดแสตมป์จ่าหน้าซองถึงเพื่อน หรือตัวเองใส่ตู้ไปรษณีย์ที่นั่นก็ได้ เพราะกิจการไปรษณีย์เป็นพระราชดำริที่พระองค์นำมาใช้ในประเทศสยามครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2426 และใช้อยู่ถึงปัจจุบัน หรือจะยกหูโทรศัพท์โบราณขึ้นฟังเสียงเล่าเรื่องกิจการโทรเลขที่เริ่มใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2418 แต่เลิกใช้เมื่อปี พ.ศ. 2551  ที่ติดไว้ที่บอร์ดนิทรรศการก็จะได้อีกอารมณ์หนึ่ง

ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดขึ้นเนื่องในโอกาส 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์   

ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งตึกนี้สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงใช้เป็นพระที่นั่งทรงธรรมในการพระเมรุของพระองค์เอง ก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 จากนั้น พระราชทานเป็นที่ตั้งของหอสมุด วชิรญาณสำหรับพระนคร เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 7 คงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ข่าว พระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิราวุธ ปัจจุบันเป็นอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กำเนิดอาคารถาวรวัตถุ
อาคารถาวรวัตถุ หรือตึกแดง ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของสนามหลวง ด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชประสงค์ 2 ประการ

ประการแรก เพื่อให้เป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย หลังจากที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมหาธาตุวิทยาลัยขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2432 แต่ยังขาดสถานที่เรียนอันเหมาะสม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ขึ้น

ประการที่สอง ประจวบกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2437 โดยพระราชประเพณีจะต้องสร้างพระเมรุมาศขนาดใหญ่ ตามพระเกียรติยศขึ้นที่ท้องสนามหลวง พระองค์มีพระราชดำริว่า เป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการสร้างสิ่งที่ไม่ได้เป็นถาวรวัตถุ เพราะสร้างใช้งานชั่วคราว เสร็จงานแล้วก็รื้อทิ้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้อำนวยการสร้างอาคารตึกถาวรวัตถุขึ้น ณ บริเวณกุฏิสงฆ์วัดมหาธาตุด้านทิศตะวันออก ลักษณะอาคารเป็นยอดปรางค์ 3 ยอด เพื่อเป็นที่อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มาประดิษฐานบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลนั้นแล้วจะได้ถวายอาคารนี้ให้เป็นสังฆิกเสนาสนะสำหรับมหาธาตุวิทยาลัยต่อไป


แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในรัชกาลของพระองค์ (เพราะสวรรคตก่อน) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจนเสร็จ แล้วพระราชทานให้เป็นที่ตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2459

สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตึกถาวรวัตถุนั้น ทรงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิรญาณ ต่อมาและเป็นอาคารหอสมุดแห่งชาติ จนกระทั่งได้ย้ายหอสมุดแห่งชาติไปตั้งที่แห่งใหม่ที่ท่าวาสุกรี เมื่อ พ.ศ. 2508 ตึกถาวรวัตถุยังเป็นที่ตั้งสำนักงานราชบัณฑิตยสถานต่อ จนกระทั่งสำนักงานย้ายไปอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ตึกนี้ไม่มีการใช้งานอื่นใด กรมศิลปากร สมัยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต เป็นอธิบดี ได้ปรับปรุงเพื่อเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นที่องค์ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเอกสารในการปฏิรูปประเทศของรัชกาลที่ 5 เป็นมรดกโลก

สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการได้แบ่งออกเป็น 7 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 คือ ห้องปิยมหาราช จัดแสดงเนื้อหาและภาพพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่สำคัญ รวมทั้งได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทในวาระต่างๆ ที่ยังคงเป็นสิ่งเตือนใจคนไทยมารวมไว้ในส่วนนี้


ส่วนที่ 2 คือ ห้องราชเคียงประชา จัดแสดงพระราชกรณียกิจในการสร้างความเสมอภาคในสังคมไทย โดยเฉพาะการเลิกทาส ทำให้ราษฎรไทยเป็นไทแก่ตัว นอกจากนั้นยังปฏิบัติพระองค์อย่างสามัญชนในการเสด็จประพาสต้น เพื่อสอดส่องดูแลสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรอย่างใกล้ชิด


ส่วนที่ 3 คือ ห้องธำรงเอกราช เนื้อหาว่าด้วยพระบรมราชวิเทโศบายที่ทำให้ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ทางการเมือง ซึ่งเผชิญอันตรายจากลัทธิล่าอาณานิคม โดยการเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ ทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง สามารถดำรงรักษาความเป็นเอกราชไว้ได้



ส่วนที่ 4 คือ ห้องสยามใหม่ จัดแสดงบรรยากาศบ้านเมืองที่ได้รับการพัฒนาอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้มีการวางรากฐานกิจการด้านสาธารณูปโภคของไทยทุกด้าน อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางพัฒนาบ้านเมืองต่อมาทุกยุคทุกสมัย ผู้เข้าชมนิทรรศการจะมีส่วนร่วมในบรรยากาศด้วยการเขียนและส่งไปรษณียบัตรที่ระลึกหย่อนลงในตู้ไปรษณีย์ ณ ห้องนี้



ส่วนที่ 5 คือ ห้องมรดกสถาปัตยกรรมแห่งสยาม จัดแสดงอาคารจำลองสถาปัตยกรรมสำคัญ 3 มิติของสถาปัตยกรรมสำคัญ 5 แห่งที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นลักษณะอาคารที่เกิดจากการผสมผสานศิลปกรรมเทคโนโลยีจากโลกตะวันตก กลายเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมประจำยุคสมัยนั้น



ส่วนที่ 6 คือ ห้องมรดกความทรงจำแห่งโลก นำเสนอพระเกียรติคุณในส่วนที่ยูเนสโกได้ประกาศให้เอกสารทางประวัติศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เกี่ยวกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. 2411-2453 เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อปี พ.ศ. 2552 ในห้องนี้ผู้เข้าชมสามารถเลือกหยิบหนังสือมาอ่าน และอ่านสำเนาเอกสารบางส่วนได้ด้วยระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)



ส่วนที่ 7 มีชื่อว่า ปิยมหาราชรฤก คือ ส่วนระเบียงอาคารที่จัดแสดงภาพถ่ายส่วนพระองค์จำนวนมาก ซึ่งล้วนหาดูได้ยาก ภาพเหล่านี้กรมศิลปากรจะหมุนเวียนมาจัดแสดงเป็นระยะ เพื่อใช้เป็นระเบียงภาพที่มีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง



การไปชมนิทรรศการที่ตึกถาวรวัตถุนี้ง่ายมาก เพราะอยู่ติดสนามหลวงด้านทิศตะวันตก หรืออยู่หน้าวัดมหาธาตุ เห็นสนามหลวง ก็ต้องเห็นตึกถาวรวัตถุ หรือตึกแดง หรือเพื่อความแน่ใจจะโทรศัพท์ไปก่อนก็ได้ที่โทร. 02-221-6830 และที่สำคัญการไปชมนิทรรศการนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  

 

ข้อมูลจาก: แผ่นพับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 100 ปีแห่งการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
ราชกิจจานุเบกษา รัชกาลที่ 5 (5เล่ม)
ราคา 3,800.00 บ.
ตาลปัตรพัดยศ ศิลปบนศาสนวัตถุ
กรุณาโทรสอบถาม 085-120-0440
ตาลปัตร(ฝีพระหัตถกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์)
ราคา 3,500.00 บ.
พัดรองงานพระราชพิธี (หนังสือดีเด่นประเภทสวยงามปี 2557)
ราคา 1,600.00 บ.
ตาลิปัตรวัดโพธิ์
ราคา 2,500.00 บ.
วัดพนัญเชิงวรวิหาร พระนครศรีอยุธยา (ณัฏฐภัทร จันทวิช)
ราคา 1,800.00 บ.
 

บริการของร้านค้า
เกี่ยวกับเรา
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.