รักสยาม หนังสือเก่า

บทความ

อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ รฤกถึงเจ้านาย 4 พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน”

28-01-2563 07:08:04น.

“อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ รฤกถึงเจ้านาย 4 พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน” อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาฯ โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระอัครชายาเธอ 1 พระองค์ พระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 1 พระองค์ ที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกันได้แก่

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2430

พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430

อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของพระราชวังบางปะอิน อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สร้างด้วยหินอ่อน แต่ละด้านของอนุสาวรีย์ประดับด้วยพระรูปเหมือนแกะสลักด้วยหินอ่อนของทั้ง 4 พระองค์

พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดงานพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง โดยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดชเป็นแม่กองในการก่อสร้างพระเมรุห้ายอด ซึ่งนอกจากใช้เป็นพระเมรุถวายพระเพลิงพระศพของสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์แล้ว ยังใช้สำหรับถวายพระเพลิงพระศพของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ และพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ รวมทั้งหมด 4 พระองค์

ซึ่งสิ้นพระชนม์ภายในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ภายหลังงานพระเมรุโปรดให้รื้อไม้ที่ใช้ในการก่อสร้าง พระเมรุไปสร้างเรือนคนไข้ภายในโรงพยาบาลวังหลัง พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องใช้สอยต่าง ๆ ที่ใช้ในการออกพระเมรุให้นำไปใช้ภายในโรงพยาบาลด้วย นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระราชเทวี (พระยศขณะนั้น) ยังพระราชทานเงินของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์เป็นจำนวน 700 ชั่ง เพื่อใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างถาวรวัตถุขึ้นภายในโรงพยาบาล และพระราชทานนามโรงพยาบาลวังหลังใหม่ว่า "โรงศิริราชพยาบาล"

เมื่อ วัน 6 เดือน 4 ขึ้น 6 ค่ำ เจ้าพนักงานได้อัญเชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ประกอบพระโกศทองเล็ก พร้อมด้วยพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พาหุรัดมณีมัยประกอบพระโกศทองใหญ่ ขึ้นพระยานมาศสามลำคาน แล้วจึงเชิญพระศพพระโกศทองใหญ่ขึ้นทรงพระมหาพิไชยราชรถ และพระศพพระโกศทองเล็กขึ้นทรงเวชยันตราชรถบริเวณหน้า วัพระเชตุพน แล้วเชิญไปยังพระเมรุบริเวณท้องสนามหลวง หลังจากนั้น มีการแห่พระโกศเวียนพระเมรุโดยอุตตราวัฏ 3 รอบ แล้วจึงเชิญพระโกศทั้ง 2 ประดิษฐานเหนือพระแท่นแว่นฟ้าทองคำ 3 ชั้น ภายใต้เบญจปฎลเศวตรฉัตร โดยพระศพพระโกศสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ประดิษฐานทางด้านทิศตะวันตกของพระเมรุ และพระศพพระโกศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พาหุรัดมณีมัยประดิษฐานทางด้านทิศตะวันออกของพระเมรุ วัน 2 เดือน 4 ขึ้น 9 ค่ำ เป็นวันพระราชทานเพลิงพระศพ

โดยได้เชิญพระโกศทั้ง 2 พระโกศลงจากพระเมรุเพื่อเปลื้องพระโกศแล้วประกอบพระโกศจันทน์แทน แล้วจึงเชิญพระโกศทั้งสองขึ้นยังพระเมรุซึ่งได้รื้อพระแท่นแว่นฟ้าออก แล้วตั้งฐานพระพระราชทานเพลิงประดับพระจิตกาธารบริเวณทิศเหนือและทิศใต้ อย่างละแห่ง โดยพระโกศสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ประดิษฐานทางด้านทิศใต้ และพระศพพระโกศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พาหุรัดมณีมัยประดิษฐานทางด้านทิศเหนือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอทั้ง 2 พระองค์

หลังจากนั้น จึงเชิญหีบพระสรีรางคารของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พร้อมทั้งหีบพระสรีรางคารของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรงและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ ไปบรรจุ ณ พระเจดีย์เสาวภาประดิษฐาน ภายในสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นพระเจดีย์สำหรับบรรจุพระสรีรางคารพระราชบุตรในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง...........


ที่มา วิกิพีเดีย / พันธุ์ทิพย์.com -----------