รักสยาม หนังสือเก่า

บทความ

ตามรอยพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน

01-09-2557 23:27:03น.

 

             ขอเริ่มต้นการเดินทางตามรอยพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย บทพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” เป็นเรื่องแรก โดยมิได้เรียงตามลำดับก่อนหลังของบทพระราชนิพนธ์ทั้งหมดที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้  เรื่องไกลบ้าน เป็นพระราชนิพนธ์ลายพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสทวีปยุโรปครั้งหลังเมื่อปีมะแม รัตนโกสินทรศก 126 (พุทธศักราช 2450) พระราชทานแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล หรือ สมเด็จหญิงน้อย ผู้ซึ่งสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมชนกนาถในตำแหน่งราชเลขาธิการ ฝายใน เป็นจำนวน 43 ฉบับ รวมระยะเวลาที่เสด็จประพาสทั้งสิ้น 225 คืน เริ่มตั้งแต่เสด็จฯ ลงเรือพระที่นั่งมหาจักรีออกจากรุงเทพฯ ผ่านสถานที่ต่าง ๆ ของแต่ละประเทศตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในการเสด็จประพาส ณ ทวีปยุโรป โดยทรงเรือและรถไฟตามลำดับ อาทิเช่น ประเทศสิงหโปร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมันนี ฝรั่งเศล อังกฤษ เบลเยี่ยม เดนมาร์ก และนอร์เวย์ เป็นต้น บทพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เป็นเรื่องราวที่ได้ทรงพระราชนิพนธ์ เกี่ยวกับพระราชภารกิจแต่ละวัน และเหตุการณ์หรือสิ่งซึ่งพระองค์ได้ทอดพระเนตรในการเสด็จพระประพาสยุโรปครั้งหลัง ด้วยลักษณะการบันทึกจดหมายเหตุหรือรายงานประจำวันทำให้ผู้อ่านได้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ พระพลานามัย ตลอดจนทุกข์สุขส่วนพระองค์ นอกจากเกร็ดความรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ทรงพรรณาไว้พร้อมทั้งเสนอแนวทางพระราชดำริและพระราชวินิจฉัยส่วนพระองค์ต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งพระองค์ทรงประสบหรือได้ทอดพระนเตรในระหว่างการเสด็จประพาสครั้งนั้น   
 
              ด้วยเหตุนี้ พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน จึงเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปอย่างแพร่หลาย  แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมานานร่วมร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม ก็ยังมีผู้สนใจใคร่รู้เรื่องราวความเป็นมาต่าง ๆ บทพระราชนิพนธ์ไกลบ้านมิใช่เป็นเพียงพระราชหัตถเลขาที่ทรงตรัสเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทรงได้พบเห็นเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปเท่านั้น ถ้าท่านเคยได้อ่านพระราชหัตถเลขาแต่ละฉบับก็คงมีความเห็นเช่นเดียวกับผู้เขียนที่ว่า ฐานะของพระองค์มิได้มีบทบาทเป็นเพียง “พระเจ้าแผ่นสยาม” เท่านั้น อีกบทบาทหนึ่งที่ได้พบเห็นจากพระราชหัตถเลขาคือความรักที่มีต่อภรรยา ความรักของพ่อที่มีต่อลูก  เมื่อทรงใช้สรรพนามในพระราชหัตถเลขาแทนพระองค์เองว่า “พ่อ”  เฉกเช่นเดียวกับสามัญชนทั่วไป  โดยจะอัญเชิญบางส่วนจากบทพระราชนิพนธ์ “ไกล้าน” ประกอบ ดังนี้  
                                                              คืนที่ 1
                                                                       เรือมหาจักรี
                        วันพุฒที่ 27 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 125
ถึงหญิงน้อย
            พ่อตั้งใจจะเขียนหนังสือบอกข่าวให้รู้เป็นส่วนตัวต่างหากจากที่จะรู้ทางราชกาช แต่เขียนด้วยกระดาษหนาแลดีกว่านี้ก็จะโตนักไป จึงเขียนแผ่นใหญ่แลให้กระดาษบาง ๆ เข่นนี้ ว่าทางลมจับ ก็เสียค่าส่งน้อย
 
            ที่ตำหนักแพคนมากจริง ๆ ทั้งไทยฝรั่ง นับว่ามาได้คงมาหมดทั้งผู้ชายแลผู้หญิง แต่พ่อออกจะเหลวๆ ไม่ใช่เพราะตกใจเห็นจะเปนเมาน้ำตาคน พูดอะไรตั้งใจจะให้ดีไม่ใครสำเร็จ พูดกับพวกทูตฝร่งได้นึกไว้แล้วแต่ควรฤาลืมนึกคำไม่ออก พูดเลวไปกว่าที่ซ้อมไว้ในจเปนกอง แม่เล็ก ลงมาอยู่ไม่ช้าดูตกใจคนมากเพราะมันแน่นหนาเหลือเกิน แต่เปนอันสำเร็จในการออกเรือได้ทนพระฤกษ์ คือภายใน 5 โมงเช้า
                                                ฯลฯ
         
               หากกล่าวโดยรวมแล้วพระราชหัตถเลขาที่ทรงพระราชนิพนธ์นี้ ทรงเล่าเรื่องส่วนพระองค์แทรกกับความรู้สีกนึกคิดตลอดจนแสดงอารมณ์ต่อเรื่องต่าง ๆ ที่พระราชนิพนธ์ ซึ่งอาจเป็นเพราะการพระราชนิพนธ์พระราชหัตถเลขาเป็นวิธีการสื่อสารที่ค่อนข้างใหม่ในสมัยนั้น และการได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตกเกือบทั้งหมดเพราะก่อนหน้ารัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ปรากฏหลักฐานพระราชหัตถเลขาเช่นนี้เลย  
 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกข้อมูลพระรายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นมาของหนังสือเรื่องไกลบ้านไว้ใน “อธิบายตำนานหนังสือเรื่องไกลบ้าน” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม  พุทธศักราช 2466 โดยพิมพ์ไว้ในส่วนต้นของหนังสือไกลบ้านที่จัดพิมพ์เมื่อพุทธศักราช 2466 ว่าแม้เรื่องไกลบ้านจะเป็นลายพระราชหัตถเลขาส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้านิภานภดล แต่พระองค์ก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บุคคลทั่วไปอ่านได้บ้างตามความเหมาะสม ซึ่งเพียงลายพระราชหัตถเลขาไม่กี่ฉบับต่างก็แสดงความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมีคุณค่าเหมาะสมที่จะเผยแพร่เพื่อประโยชน์แก่มหาชนสืบไป ดังนั้น จึงได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อขอพระบรมราชานุญาตจัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่ ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำริชอบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ได้โดยให้ติดความที่ไม่สมควรเผยแพร่ออกบ้าง และจะทรงตรวจคัดต้นฉบับให้สมบูรณ์เพื่อการจัดพิมพ์ต่อไปเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับจากประพาสยุโรปแล้วพร้อมทั้งโปรดเรียกชื่อลายพระราชหัตถเลขานี้ว่า “ไกลบ้าน”  พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ได้จัดพิมพ์ขึ้นหลายคราวด้วยกัน
ดังนี้
 
ฉบับ พิมพ์ครั้งแรก (ไม่ทราบจำนวนที่พิมพ์)
          ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2450 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติกลับพระนคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นผู้อำนวยการจัดพิมพ์เรื่อง "ไกลบ้าน" เพื่อจำหน่าย ในงานไหว้พระประจำปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2450 ให้ทันการ แต่ด้วยระยะเวลาไม่เพียงพอ จึงทำให้ต้องพิมพ์เป็นตอน ๆ กำหนดให้พระราชหัตถเลขาฉบับที่ 1 เป็นตอนที่หนึ่ง ซึ่งพิมพ์จำหน่ายได้เพียงบางตอนเท่านั้น และได้พิมพ์สืบต่อไปตามลำดับจนครบจำนวนทั้งสิ้น 1,850 หน้ากระดาษ รวมพิมพ์เป็นสมุดใหญ่ 4 เล่ม
 
ฉบับ พิมพ์ครั้งที่สอง (ไม่ทราบจำนวนที่พิมพ์)
          พุทธศักราช 2466 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล ผู้ได้รับพระราชทานกรรมสิทธิ์เรื่องไกลบ้าน มีพระประสงค์จัดพิมพ์หนังสือเรื่องไกลบ้านแจกเป็นมิตรพลี
เพื่อถวายสนองพระเดชพระคุณพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ พระชนนี ในงานฉลองพระชันษาครบ 60 ปี กุน จึงทรงมีรับสั่งให้หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครจัดพิมพ์ถวาย และทรงมอบให้สมเด็จพรเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพดำเนินการจัดพิมพ์อีกครั้งด้วยเหตุที่เคยทรงรรับทราบกระแสพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างเดี 
 
          การจัดพิมพ์เมื่อปีพุทธศักราช 2466 เป็นการจัดพิมพ์ครั้งที่สอง รวมพิมพ์เป็น 2 เล่ม โดยขยายหน้ากระดาษเป็นชนาดสิบหกหน้ายกพิเศษ ได้แก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ขึ้นกว่าครั้งแรกเป็นต้นว่า มีสารบัญทั้งเรื่องและรูปเพิ่มเติม มีคำอธิบายหมายเลขประกอบนามบุคคล และเรื่องราวพระราชนิพนธ์บางแห่งให้ชัดเจน มีรูปภาพประกอบเรื่องจำนวน 85  รูป ที่เกี่ยวเนื่องด้วยการเสด็จประพาสยุโรปครั้งหลังของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงถ่ายเองเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะมีลายปกซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ทรงเขียนประทานประกอบเล่ม นอกจากนี้ยังได้ผนวกพิมพ์เรื่อง “จดหมายเหตุประกอบเรื่องไกลบ้าน” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไว้อีก 1 เล่ม รวมเป็นชุด ๆ ละ 3 เล่ม
 
ฉบับ พิมพ์ครั้งที่สาม (ไม่ทราบจำนวนที่พิมพ์ และไม่มีรูปภาพประกอบ)  
          เมื่อปี พ.ศ. 2479 ไม่ทราบจำนวนพิมพ์ พิมพ์โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล พร้อมด้วยพระอนุชา ซึ่งทรงเป็นเจ้าภาพในงานพระราชทานเพลิงพระศพ  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดลวิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เดือนมกราคม 2479 ด้วยทรงดำริว่า พระราชนิพนธ์ไกลบ้านนี้ เป็นลายพระราชหัตถเลขาที่สมเด็จพระบรมชนกนาถพระราชทานมาเฉพาะสมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลฯ ในเวลาที่ทรงรับราชการฉลองพระเดชพระคุณในตำแหน่งพระราชเลขาธิการินี อีกทั้งได้พระราชทานหนังสือนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่พระองค์สืบต่อมา
 
ฉบับ พิมพ์ครั้งที่สี่ (จำนวนที่พิมพ์ 1,500 ชุด)
          เมื่อปี พ.ศ. 2536 พิมพ์รวม 2 เล่ม มีสารบัญเรื่องรูป และภาพประกอบ ทั้งยังรักษารูปแบบและอักขรวิธีตามต้นฉบับของการพิมพ์ครั้งที่สองไว้อย่างครบถ้วน   พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางทองพับ พานิชพัฒน์
 
ฉบับ พิมพ์ครั้งที่ห้า (จำนวนที่พิมพ์ 3,00 ชุด)
         เมื่อปี พ.ศ. 2537 พิมพ์ครั้งที่ 5 พิมพ์รวม 2 เล่ม จำนวน 3,000 เล่ม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอกสันติภาพ หมู่มิ่ง
 
          นอกจากนั้นในปี พ.ศ. 2540 โครงการยุโรปศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้แปลพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ตอนเสด็จประพาศ เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพระราชหัตถเลขาฉบับที่ 19-34 เป็น 3 ภาษาคือ ภาษาเยอรมัน ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส โดยจัดพิมพ์ในเล่มเดียวกันพร้อมทั้งสำนวนภาษาไทย และไม่นับรวมที่สำนักพิมพ์เอกชนได้ขออนุญาตกรมศิลปากรในการจัดพิมพ์ อาทิเช่น องค์การค้าของครุสภา, สำนักพิมพ์แพร่พิทยา , บริษัทอักษรเจริญทัศน์เป็นต้น
 
          เหตุการณ์จากบทพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน แม้ระยะเวลาจะล่วงเลยมาเป็นเวลาร่วม ๑๐๐ ปี แล้วก็ตามพระราชนิพนธ์เรื่อง “ไกลบ้าน” ก็ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักอ่านและนักสะสมอยู่มาก และทำให้เห็นพระอัจฉริยภาพในทุกแขนงของพระองค์ ตลอดจนพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ข้าแผ่นดินอย่างเราประจักษแจ้งในพระเกียรติคุณไปนานแสนนาน