รักสยาม หนังสือเก่า

บทความ

พระราชนิพนธ์ “เงาะป่า” ตอนที่ 1 บ่อเกิดของพระราชนิพนธ์ เงาะป่า

01-09-2557 23:27:31น.

 

พระราชนิพนธ์ “เงาะป่า”
ตอนที่ 1  บ่อเกิดของพระราชนิพนธ์ เงาะป่า
 
                  ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออภัยทุกท่านที่ทิ้งช่วงการถ่ายทอด บทความพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยภาระงานประจำที่ทำอยู่อาจจะทำให้ขาดช่วงไปบ้าง ผู้เขียนขออภัยไว้ณโอกาสนี้ด้วย บทพระราชนิพนธ์ต่อจากนี้ไป ที่จะละเลยที่จะกล่าวถึงเสียไม่ได้คือ บทพระราชนิพนธ์เงาะป่า เพราะเป็นอีกบทพระราชนิพนธ์หนึ่งที่มีผู้ชื่นชอบไม่น้อย เงาะป่า เป็นวรรณคดีไทยประเภทร้อยกรอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาพระราชนิพนธ์เพียง 8 วัน ในระหว่างที่ทรงพระประชวรด้วยพระโรคมาลาเรีย โดยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ ห้องโป่ง พระที่นั่งวิมานเมฆ พระราชวังดุสิต ตามคำทูลเชิญของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ซึ่งทรงรับหน้าที่ถวายพระราชอุปฐากตลอดเวลาที่ทรงพักฟื้นอยู่ที่นั่น เพื่อให้ทรงเพลิดเพลินไม่หงอยเหงาในยามที่ไม่ใคร่ทรงพระสำราญพระอนามัยเช่นนั้น พระอัครชายาเธอฯ จึงทรงเอาบทละครเรื่องอิเหนาให้ข้าหลวงขับร้องถวายในเวลาเสวยค่ำเรื่อยไป ตั้งแต่ประมาณยามหนึ่งจนถึงเวลาเสด็จขึ้นที่บรรทม เจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ ลดาวัลย์ ได้เขียนเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไว้ในเรื่อง “บ่อเกิดของพระราชนิพนธ์เงาะป่า”
                    “ในระยะเวลานั้นเป็นสมัยที่ทรงซักไซ้ไล่เลียงชีวประวัติชองพวกนายคนังจากนายคนัง เมื่อทรงได้เรื่องจากคนังผสมกับทรงได้ยินเสียงร้องกล่อมถวายอยู่อย่างนั้น จึงทรงเขียนบทคนังใส่กระดาษสมุดฉีกพระราชทานท่านองค์เล็ก (พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์) ให้ 4 คน ที่นั่งร้องลองร้องดู มีพระราชดำรัสว่าให้เอาอิเหนาเป็นหลัก แต่บทใดที่จะต้องร้องร่ายให้ร้องร่ายนอก นอกจากบางบทควรจะต้องร้องร่ายใน ซึ่งจะสังเกตได้ในบทพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่าส่วนอิเหนาเป็นร่ายในตลอด เมื่อพระราชทานบทแรกลงมาว่า “มาจะกล่าวบทไป ถึงเด็กน้อยคนังคนขยัน”มีพระราชดำรัสสั่งให้ร้องช้าปี่นอก ต่อมาคืนหลังก็พระราชทานทยอยลงมาคืนละ บทสองบท ส่วนท่านองค์เล็กจึงกราบบังคมทูลให้ทรงจัดตั้งคณะครูมาสอน จึงมีพระบรมราชโองการแก่เจ้าพระยาเทเวศร์ฯ ซึ่งกำกับมโหรสพอยู่เจ้าพระยาเทเวศร์จึงส่งทั้งครูดนตรีครูร้องเข้าถวาย เมื่อมีครูเกิดเอาจริงเอาจังกันก็ต้องมีการไหว้ครูตามกันการไหว้ครูได้จัดขึ้นที่ท้องพระโรงเรือนต้น เสด็จลงมาประทับเป็นประธานและทรงฉายรูปในการนั้นโดยละเอียด เมื่อไหว้ครูแล้วก็มีการเลือกหน้าที่ต่าง ๆ ตามระเบียบ ครูร้องต่าง ๆ ก็มีมากหน้าหลายตา ครูดนตรีก็มีมากเช่นเดียวกัน ...............เมื่อเริ่มขยายกิจการเรื่องนี้กว้างออกไปจึงทรงพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่า พระราชทานให้พวกครูบรรจุเพลงประจำบทแต่บทพิเศษเช่น ฉุยฉาย เป็นต้น ทรงมีพระราชบัญชาโดยตรง บางบทที่ขบขันเช่น ตายายเกี้ยวกัน รับสั่งให้ใส่เพลงสลับกันให้ฟังชัดว่าเป็นคนละเรื่อง บทความเกี้ยวกันร้องอย่างหนึ่ง บทความตกใจเคืองถูกปาให้ร้องอย่างหนึ่งเลือกเอาทำนองให้สมแหตุสมผล ครูก็ประชุมปรึกษากันเลือกบทเกี้ยวกันเป็นร้องเพลงโลมนอก บทตกใจเคืองให้ร้องร่ายนอก ซึ่งไม่ต้องให้ปี่พาทย์รับทั้ง 2 เพลง บทใดเพลงใด เมื่อพอพระราชหฤทัยแล้วก็เป็นดุษณียภาพ เมื่อยังไม่เหมาะจะทรงทักท้วง เช่นบทว่า “ยามเช้า อุระเราชื่นแช่มแจ่มใส............โน่นแน่อุ๊ยสารภีไม่มีใบ เหมือนต้นไม้ทองตั้งอยู่ทั้งคู่”ร้องเพลงสมิงทอง รับสั่งว่า อุ๊ย ในที่นี้อุ๊ยดัดจริต ไม่ใช่อู๊ยเจ็บปวด เอาไปร้องเป็นเสียงเจ็บปวดไปไม่ถูก ครูจะเปลี่ยนเป็นเพลงอื่น ก็รับสั่งว่า สมิงทองดีแล้ว แต่ร้องไม่ดี......................
 
                จากข้อเขียนข้างต้นที่เจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ ลดาวัลย์ ท่านได้บันทึกไว้ จะทำให้เห็นทรงพระราชนิพนธ์อย่างพิถีพิถันแม้กระทั่งการเลือกเพลงให้เหมาะกับบทร้อง จากบทที่ทรงเขียนใส่สมุดฉีก เมื่อทรงปรับปรุงแก้ไขและใส่เพลงให้เหมาะสมแล้วจึงทรงมอบให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดลคัดลอกลงสมุด หลังจากนั้นยังทรงปรับปรุงแก้ไขบทกลอนอีกมาก เพลงก็ปรับเปลี่ยนอีกบ้าง ดังจะเห็นได้จากต้นฉบับลายพระหัตถ์เจ้าฟ้านิภานภดล ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2466   
  
บทละครเรื่องเงาะป่านี้ แม้จะมีรูปแบบของกลอนบทละคร แม้ก็มิได้ทรงมีพระประสงค์เพื่อใช้เล่นละครแต่อย่างใด หากแต่ทรงแต่งขึ้นเพื่อเป็นที่ผ่อนคลายและสำราญพระทัย ทรงแต่งแล้วเสร็จเมื่อวันศุกร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2448) (หากนับตามปัจจุบัน เป็น พ.ศ. 2449 แล้ว) แล้วได้แก้ไขอีกบ้างเล็กน้อยเมื่อทรงมีเวลา และได้ทรงพระราชนิพนธ์คำนำ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ในปีเดียวกัน แล้วโปรดฯ ให้ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2456   ทั้งนี้ได้ทรงบันทึกเวลาที่ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ท้ายเรื่องดังนี้
 
พระนิพนธ์เงาะป่าว่าตามเค้า
คนังเล่าแต่งต่อล้อมันเล่น
ใช้ภาษาเงาะป่าว่ายากเย็น
แต่พอเห็นเงื่อนเงาเข้าใจกัน
ทำแปดวันครั้นมาถึงวันศุกร์
สิ้นสนุกไม่มีที่ข้อขัน
วันที่สองของเดือนกุมภาพันธ์
ศกร้อยยี่สิบสี่มั่นจบหมดเอย
               
ลักษณะของการประพันธ์และสุนทรียทางภาษา
                  บทละครเรื่องเงาะป่านี้แต่งด้วยกลอนบทละคร ตลอดทั้งเรื่อง มีการบอกเพลงกำกับไว้ด้วย ทรงใช้ภาษาอย่างเรียบง่ายแต่มีความไพเราะ ไม่มีศัพท์สูงๆ ที่เข้าใจยากอย่างวรรณคดีทั่วไป ทว่าได้ทรงสอดแทรกคำศัพท์ภาษาก็อย (ซาไก) ไว้โดยตลอด อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงเนื้อเรื่อง มีบัญชีศัพท์ภาษาก็อยใส่ไว้เพื่อให้ผู้อ่านสามารถพลิกมาเปิดหาความหมายของคำศัพท์เหล่านั้นได้โดยสะดวก แต่แม้ผู้อ่านจะไม่ได้ย้อนกลับมาเปิดศัพท์ ก็คงอ่านได้รู้เรื่องโดยไม่ยาก เพราะมักทรงใช้คำศัพท์ภาษาก็อยควบคู่กับภาษาไทย ทำให้สามารถเดาความหมายภาษาก็อยได้   คำศัพท์ภาษาก็อยนี้ เดิมนั้นพระราชสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเก็บมาจากเงาะป่าคนหนึ่ง ชื่อคนัง ที่ทรงนำไปเลี้ยง ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในคำนำว่า "ส่วนศัพท์ภาษาก็อยไล่เลียงจากอ้ายคนังทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ไล่เลียงขึ้นสำหรับหนังสือนี้ ได้ชำระกันแต่แรกมา เพื่อจะอยากรู้รูปภาษาว่ามันเปนอย่างไร แต่คำให้การนั้นได้มากแต่เรื่องนกหนูต้นหมากรากไม้ เพราะมันยังเปนเด็ก บางทีผู้อ่านจะเหนื่อยหน่าย ด้วยคำที่ไม่เข้าใจมีมาก จึงได้จดคำแปลศัพท์ติดไว้ในสมุดเล่มนี้ด้วย"
 
เนื้อหาโดยย่อ
                   เป็นนิยายรักสามเส้า เรื่องราวของหนึ่งหญิงสองชายชาวป่า ตอนเริ่มต้นกล่าวว่าได้เค้าเรื่องจากคำบอกเล่าของ ยายลมุด หญิงเฒ่าชาวเงาะ เมืองพัทลุง แล้วดำเนินเรื่องว่า คนัง เงาะชาวพัทลุงกำพร้าพ่อแม่ อยู่กับพี่ชายชื่อ แค วันหนึ่งคนังชวนเพื่อนชื่อ ไม่ไผ่ ไปเที่ยวป่าพบ ซมพลา เงาะหนุ่ม ล่ำสันแข็งแรง เก่งในทางใช้ลูกดอก ซมพลาหลงรัก ลำหับ พี่สาวไม่ไผ่ ลำหับ เป็นคู่หมั้นของ ฮเนา ซมพลาได้พบไม้ไผ่ก็ดีใจ สอบวิธีเป่าลูกดอกให้ไม้ไผ่และคนัง ซมพลาเผยความในใจที่มีต่อลำหับให้ไม้ไผ่ฟัง ไม้ไผ่เต็มใจช่วย ออกอุบายให้ซมพลาได้พบกับลำหับ ลำหับยินดีรับรักซมพลา พอถึงวันแต่งงานของฮเนากับลำหับ ไม้ไผ่กับคนังได้ช่วยซมพลาพาลำหับหนี ฮเนากับรำแก้ว พี่ชายออกติดตาม ซมพลานำลำหับไปซ่อนไว้ในถ้ำแล้วออกไปหาอาหาร พบฮเนาเข้าเกิดต่อสู้กัน รำแก้วเข้าช่วยน้องชาย ใช้ลูกดอกเป่าถูกซมพลา ลำหับเห็นซมพลาหายไป จึงออกตามหา พบซมพลาขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา ก็เสียใจฆ่าตัวตายตาม ฮเนาได้เห็นความรักอันเด็ดเดี่ยวของซมพลากับลำหับ รู้ตัวว่าเป็นเหตุให้ทั้งสองต้องเสียชีวิต จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายตามไปด้วยอีกคน  
 
 
ข้อมูลอ้างอิง
- บทละครเรื่องเงาะป่า, สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์, 2540
- เงาะป่า ทิพดนตรีแห่งรัก,สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์, 2545