รักสยาม หนังสือเก่า

บทความ

ฤกษ์ดีปีใหม่ ไหว้พระพุทธรูปวังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน

01-09-2557 23:27:31น.

ฤกษ์ดีปีใหม่ ไหว้พระพุทธรูปวังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร

 พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรขอเชิญร่วมงาน 'ฤกษ์ดีปีใหม่ ไหว้พระพุทธรูปวังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน' โดยในโอกาสนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมงคลโบราณ ๙ องค์ ออกให้ประชาชนได้ร่วมสักการะ เพื่อประชาชนสักการะบูชาอย่างใกล้ชิด ๑ ปี ๑ ครั้ง ณ หอพระวังหน้า พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ (สนามหลวง ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์) 

 

 

โดยปกติพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปหลวงพ่อนาก พระพุทธรัตนมหามุนี และพระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์แดงทั้งคู่ จะประดิษฐานอยู่ ณ หอพระวังหน้า พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ แต่ในคราวนี้ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อัญเชิญพระหายโศก พระไภษัชยคุรุ พระชัยนครราชสีมา และพระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ ออกให้ประชาชนได้ร่วมสักการะครบทั้ง ๙ องค์ อันเป็นวาระที่เป็นมงคลและหาได้ยากยิ่ง

พระพุทธรูปสำคัญที่นำออกให้ได้ร่วมสักการะในครั้งนี้ ได้แก่…

 

๑. พระพุทธสิหิงค์ พระปฏิมาแบบสุโขทัย - ล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ นับถือเป็นพระพุทธปฏิมาศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนาน พระพุทธสิหิงค์ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวงโบราณของไทยทุกแห่ง นับแต่กรุงสุโขทัย เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา ตราบเท่าถึงกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสถิตเป็นมงคลแก่พระนครประจำ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล กรุงเทพมหานครได้อัญเชิญออกให้ประชาชนถวายน้ำสงกรานต์เป็นประจำทุกปี นับเป็นพระพุทธรูปอำนวยความอุดมสมบูรณ์และสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ทุกวันนี้ พระพุทธสิหิงค์องค์จริงเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ที่มีมาแต่โบราณกาล และมีความสง่างามเป็นเลิศ ได้ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สนามหลวง

คาถาบูชาพระพุทธสิหิงค์

ก่อนสวดตั้งนะโม ๓ จบ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) 

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธะปะสังสา คาถาโย พุทธะสิหิงโค นามะ ภะนามะ เส ฯ

(รับ) อิติ ปะวะระสิหิงโค     อุตตะมะยะโสปิ เตโช

ยัตถะ กัตถะ จิตโตโส     สักกาโร อุปาโท

สักการะ พุทธะสาสะนัง     โชตะยันโตวะ ทีโป

สุระนะเรหิ มะหิโต     ธะระมาโนวะ พุทโธ ติ ฯ

คำแปล

พุทธสิงหิงคา     อุบัติมา ณ แดนใด

ประเสริฐ ธ เกริกไกร     ดุจกายพระศาสดา

เป็นที่เคารพน้อม     มนุษย์พร้อมทั้งเทวา

เปรียบเช่นชวาลา     ศาสนาที่ยืนยง

เหมือนหนึ่งพระสัมพุทธ     สุวิสุทธิ์พระชนม์คง

แดนใดพระดำรง     พระศาสน์คงก็จำรูญ

ด้วยเดชสิทธิศักดิ์     ธ พิทักษ์อนุกูล

พระศาสน์ บ่ มิสูญ     พระเพิ่มพูนมหิทธา

ข้า ฯ ขอเคารพน้อม     วจีค้อมขึ้นบูชา

พิทักษ์ ธ รักษา     พระศาสน์มาตลอดกาล

ปวงข้าจะประกาศ     พุทธศาสน์ให้ไพศาล

ขอพระอภิบาล     ชินมานนิรันดร์ เทอญ ฯ

 

๒.พระหายโศกพระปฏิมาศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปของหลวงพระราชทานมีนามเป็นมงคลพิเศษ จากจารึกฐานพระพุทธรูปกล่าวว่าส่งมาถึงกรุงเทพฯในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๙เดิมคงใช้ในพระราชพิธีหลวง จนกระทั่งกรมพระราชพิธีส่งมาเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๔เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปอำนวยความสุข สวัสดี

                                                                                             

๓. พระไภษัชยคุรุศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ แสดงปางสมาธินาคปรก ทรงเครื่องมีผอบบรรจุพระโอสถอยู่ในพระหัตถ์เป็นพระพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนาฝ่ายมหายานนับถือกันว่าเป็นพระพุทธเจ้าแพทย์ผู้ช่วยสัตว์โลกทั้งปวงให้พ้นทุกข์อันเกิดจากโรคทางกายและโรคทางใจตลอดจนช่วยให้มีชีวิตยืนยาวเนื่องจากทรงบำเพ็ญพระบารมีโดยอธิษฐานความปราศจากโรคภัยของผู้คนในกาลสมัยของพระองค์เชื่อกันว่าผู้ปฏิบัติบูชาพระไภษัชยคุรุสามารถหายจากอาการเจ็บป่วยทางกายและใจด้วยการสวดบูชาออกพระนาม และสัมผัสรูปพระปฏิมา สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗แห่งกรุงกัมพูชา สร้างพระราชทานเป็นพระปฏิมาประธานในอโรคยาศาลเพื่อผู้ป่วยและประชาชนบูชา เพื่อพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ

                                                
 ๔. พระชัยนครราชสีมา ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ เดิมพระชัยสร้างขึ้นเพื่อเป็นมงคลในการศึกสงคราม เพื่อความมีชัยชนะต่ออริราชศัตรู ต่อมาอัญเชิญไปในการพิธีด้วย เรียกว่าพระชัยพิธี เพื่อให้การพิธีสัมฤทธิ์ผล ปราศจากการเบียดเบียนบีฑาจากสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลต่างๆ พระชัยนครราชสีมา แสดงปางมารวิชัย คือครั้งพระพุทธองค์ทรงมีชัยชนะเหนือพระยารามาธิราช พระองค์เบื้องหน้า เบื้องพระปฤษฎางค์(หลัง) พระนลาฏ(หน้าผาก) พระศอ(คอ) พระอังสา(ไหล่) และพระกรทั้งสอง จารึกอักขระขอม ภาษาบาลี อายุอักษรราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ เป็นยันต์และหัวใจพระคาถาต่างๆ เช่น หัวใจพระคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ (นะ โม พุท ธา ยะ) หมายถึง ชัยชำนะ โดยยึดถือคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอาศัย
 

๕. พระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ สร้างขึ้นตามคติเรื่องชมพูบดีสูตร หรือพระพุทธเจ้าทรงทรมานพระยาชมพูบดี โดยทรงบันดาลพระเวฬุวันวิหารประดุจเมืองสวรรค์ และเนรมิตพระองค์ทรงเครื่องพระจักรพรรดิราช แสดงบุญญานุภาพเหนือพระยามหากษัตริย์ทั้งปวง เพื่อคลายทิฐิมานะแห่งพระยามหาชมพูกษัตริย์ผู้ทรงอานุภาพ และทรงแสดงธรรมจนกระทั่งพระยาชมพูสิ้นมานะ ขอบวชเป็นพระสาวกในพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิจึงหมายถึงอำนาจ และธรรมอันเป็นแก่นสารยิ่งกว่าอำนาจแห่งทรัพย์สมบัติทั้งหลาย พระพุทธรูปดังกล่าวนี้นิยมสร้างเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งนับถือเป็นหน่อพุทธางกูร

 

๖.-๗. พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์แดงทั้งคู่ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ ตามตำนานพระแก่นจันทน์ มีเนื้อความว่าด้วยสมัยพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดายังดาวดึงส์สวรรค์เป็นเวลา ๓ เดือน พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงอนุสรณ์ถึงพระพุทธองค์จึงโปรดให้สร้างพระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์ขึ้นในครั้งนั้น พระแก่นจันทน์จึงเป็นรูปแทนเสมือนองค์พระพุทธเจ้า เพราะสร้างในขณะพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าแผ่นดินและผู้มีอำนาจวาสนาจึงมักสร้างพระพุทธรูปจากไม้จันทร์หอม พระไม้แก่นจันทน์แดงทั้งคู่นี้แสดงปางประทานอภัย มีความหมายถึงการปกป้องภยันตรายทั้งปวง

 
๘.
 พระพุทธรูปหลวงพ่อนาก ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ พระองค์สีนาก เนื่องจากเนื้อสำริดมีส่วนผสมของทองคำมากเป็นพิเศษ พระเนตรฝังนิล ประทับขัดสมาธิเพชร พระบาททั้งสองข้างจำหลักลวดลายมงคล จารึกฐานพระพุทธรูประบุว่า พระยายุธิษฐิระ เจ้าเมืองพะเยาสร้างเมื่อพ.ศ.๒๐๑๙ เดิมคนร้ายขุดค้นพบในเจดีย์โบราณที่ป่าแดงหลวงดอนไชยบุนนาค จังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางที่จังหวัดลำปาง ต่อมาหลวงอดุลยธารปรีชาไวท์ ผู้พิพากษาจังหวัดเชียงรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ.๒๔๖๙ จึงพระราชทานให้เก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พระพุทธรูปแสดงปางสมาธิ หมายถึงการตรัสรู้ธรรม 

๙. พระพุทธรัตนมหามุนี (พระแก้วน้อย) ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ มีความหมายถึงสวัสดิมงคลและสินทรัพย์ องค์พระพุทธรูปจำหลักจากอัญมณีแก้วสีเขียวอ่อน น้ำแตงกวา พุทธศิลป์ล้านนาสมัยหลัง ทรงเครื่องทองและอัญมณี เดิมพบแตกเป็น ๒ ส่วน เจ้าของเดิมได้มาคนละคราว นำมาต่อเป็นเนื้อเดียวกันได้เป็นอัศจรรย์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รับถวายจาก พ.ต.อ.อานนท์ อาขุบุตรและครอบครัว พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อพ.ศ.๒๕๓๔

 

ติดต่อสอบถาม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

โทร.๐๒-๒๒๔ ๑๓๗๐, ๐๒-๒๒๔ ๑๓๓๓